• ห้องเรียนครูสุรพงษ์

  • เรียนรู้ด้วยระบบบริหารจัดการการเรียนการสอน LMS.

  • การเรียนรู้อัตโนมัติ

  • แฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์

  • หลักการ ทฤษฎี การจัดการเรียนรู้

  • หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานปรับปรุง 2560

Copyright 2018 - เครือข่ายการศึกษาผ่านเว็บ ของครูสุรพงษ์ จ๋าก๋าง โรงเรียนวชิรป่าซาง

กิจกรรมครูสุรพงษ์

«
»

บทความการศึกษา

แนะนำ MOODLE

01-09-2018 Hits:106 บทความ ICT สุรพงษ์ จ๋าก๋าง - avatar สุรพงษ์ จ๋าก๋าง

Moodle  คืออะไร (What is Moodle?)Moodle มาจาก (Modular Object - Oriented Dynamic Learning Environment)  คือโปรแกรมที่ประมวลผลในเครื่องบริการ (Server-Side Script) ทำหน้าที่ให้บริการระบบอีเลินนิ่ง ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถเปิดบริการแก่ครู และนักเรียน ผ่านบริการ 2 ระบบ คือ    CMS  (Course Management System) ระบบซีเอ็มเอส หรือระบบจัดการเนื้อหา  บริการให้ครูสามารถจัดการเนื้อหา...

Read more

แนะนำ JOOMLA

01-09-2018 Hits:92 บทความ ICT สุรพงษ์ จ๋าก๋าง - avatar สุรพงษ์ จ๋าก๋าง

Joomla (จูมล่า) คือ CMS (ซีเอ็มเอส) ตัวหนึ่งจากหลายๆ ตัวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน สำหรับคุณที่ยังไม่รู้จักว่า CMS คืออะไร ขออธิบายสั้นๆ เพิ่มเติมดังนี้ครับ CMS นั้นเป็นอักษรย่อของ คำว่า "Content Management System" (คอนเท้น เมเนจเม้น ซิสเต้ม) ซึ่งเมื่อแปลเป็นภาษาไทย หมายถึง ระบบบริหารจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์  นั่นหมายความว่า สิ่งที่เราจะต้องดูแลก็คือเนื้อหาของเว็บไซต์ เช่น การเพิ่มบทความ การเพิ่มรูปภาพ หรือการปรับแต่งโยกย้ายโมดูลต่าง...

Read more

อบายมุขทำลายตนเอง

เว้นอบายมุข

09-12-2018 Hits:7 อบายมุขทำลายตน สุรพงษ์ จ๋าก๋าง - avatar สุรพงษ์ จ๋าก๋าง

บันไดขั้นที่สาม ที่จะกรุยทางไปสู่ความสุข ที่นับว่า "สำคัญสุดยอด" ที่ต้องปฏิบัติให้ได้เด็ดขาด คือการละเว้นจาก "อบายมุข" หรือ "ทางแห่งความฉิบหาย" ให้ได้อย่างเด็ดขาด ถ้ายังละไม่ได้ หรือทำให้เบาบางไม่ได้ก็อย่าหมายเลย ว่าจะได้พบความสุขกะเขาในชาตินี้            อบายมุข คือ ช่องทางแห่งความเสื่อม หรือเหตุแห่งความพินาศหรือฉิบหาย ใครก็ตามถ้าลุ่มหลงกับสิ่งเหล่านี้แล้ว นอกจากจะหาความสุขไม่พบแล้ว ยังจะต้องพบกับความพินาศล่มจม แม้ที่จะซุกหัวนอนก็ไม่มี และบางทีก็จะต้องตายด้วยคมอาวุธ อบายมุข มี ๖ ประการ...

Read more

โทษของสุรา

18-11-2018 Hits:40 อบายมุขทำลายตน สุรพงษ์ จ๋าก๋าง - avatar สุรพงษ์ จ๋าก๋าง

โทษของสุรา การดื่มเหล้า ส่งผลต่ออวัยวะในร่างกาย และกระทบต่อสังคม  สุราหรือแอลกอฮอล์ เป็นสารเสพติดที่มีทั้งคุณและโทษ เมื่อดื่มแล้วจะทำให้เกิดผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยโทษของสุรานั้นอาจมีตั้งแต่ขั้นเบา ไปจนถึงขั้นรุนแรงอย่างเช่น เสียการทรงตัว พูดไม่ชัด และที่รุนแรงคือหมดสติ ดังนั้นสุราจึงถูกควบคุมทั้งการจำหน่าย และการผลิต จากกฏหมายอย่างเคร่งครัดประเภทของแอลกอฮอล์มีสองชนิด    Ethyl alcohol ซึ่งใช้สำหรับเป็นเครื่องดื่ม เช่น วิสกี้, บรั่นดี, เบียร์ เหล้าองุ่น, แชมเปญ    Methyl alcohol ซึ่งใช้จุดไฟหรือผสมสี ซึ่งแอลกอฮอล์ประเภทนี้ใช้ดื่มไม่ได้เพราะมีอันตรายกับร่างกายโดยเฉพาะทำให้ตาบอดได้ปริมาณของแอลกอฮอล์ใช้ในเครื่องดื่มทั่วไป    เบียร์ มีปริมารแอลกอฮอล์...

Read more

อบายมุข 4 และ 6

11-11-2018 Hits:49 อบายมุขทำลายตน สุรพงษ์ จ๋าก๋าง - avatar สุรพงษ์ จ๋าก๋าง

"อบายมุข ๔"  ๏ ขอสาธยาย "อบายมุข สี่"คือ วิถีแห่งความเสื่อม ความฉิบหายสี่ประการ ไม่ควรทำหรือกล้ำกรายเราทั้งหลาย ตรองดู ได้รู้ทันหนี่ง นั่นคือ "ความเป็นนักเลงหญิง"นับเป็นสิ่งน่ารังเกียจคนเดียดฉันท์สอง "นักเลงสุรา" วิวาทกันเสียทรัพย์พลัน เกิดโรคภัย ไม่รู้อายสาม คือ "เป็นนักเลงการพนัน"โทษของมัน มีทรัพย์สินย่อมเสียหายสี่ "คบคนชั่วเป็นมิตร" สนิทกายอันตราย ชักชวนไป ทางไม่ดี

Read more

Home

เว้นอบายมุข งดเว้นภัย

เว้นอบายมุข งดเว้นภัย


เว้นอบายมุข
บันไดขั้นที่สาม ที่จะกรุยทางไปสู่ความสุข ที่นับว่า "สำคัญสุดยอด" ที่ต้องปฏิบัติให้ได้เด็ดขาด คือการละเว้นจาก "อบายมุข" หรือ "ทางแห่งความฉิบหาย" ให้ได้อย่างเด็ดขาด ถ้ายังละไม่ได้ หรือทำให้เบาบางไม่ได้ก็อย่าหมายเลย ว่าจะได้พบความสุขกะเขาในชาตินี้
อบายมุข คือ ช่องทางแห่งความเสื่อม หรือเหตุแห่งความพินาศหรือฉิบหาย ใครก็ตามถ้าลุ่มหลงกับสิ่งเหล่านี้แล้ว นอกจากจะหาความสุขไม่พบแล้ว ยังจะต้องพบกับความพินาศล่มจม แม้ที่จะซุกหัวนอนก็ไม่มี และบางทีก็จะต้องตายด้วยคมอาวุธ

อบายมุข มี ๖ ประการ คือ
        ๑. เป็นคนขี้เหล้าเมายา
        ๒. เจ้าชู้ไม่เลือกลูกเขาเมียใคร
        ๓. ชอบเที่ยวเตร่ดูการเล่นเป็นนิจ
        ๔. ชอบเล่นการพนันขันต่อ
        ๕. ชอบคบคนชั่วเป็นมิตร
        ๖. เกียจคร้านการงาน


ผู้หวังความสุขอันไพบูลย์ จะต้องพยายามละเว้นทางฉิบหาย ๖ ทางนี้ให้ได้ แม้เลิกเด็ดขาดไม่ได้ ก็อย่าได้ส่องเสพเป็นประจำ แต่การไม่แตะต้องส้องเสพได้เลย จะเป็นการดีและปลอดภัย
เพราะขึ้นชื่อว่าอบายมุข ไม่ว่าประเภทใด มันย่อมจะมีเสน่ห์ ใครมั่วสุมกับมันแล้ว มักจะเลิกละยาก ตกนรกทั้งเป็นกันมามากแล้ว ดังนั้น ผู้ที่ยังไม่เคยเสพ ก็อย่าได้ไปหัดทดลองเลย
วิธีที่จะปลอดภัยจากอบายมุขทั้งปวง ก็คือการงดเว้นอย่าคบหากับคนที่มั่วสุมอบายมุข ไม่ควรร่วมกินร่วมนอนหรือร่วมทางกับคนพวกนี้ เพราะการได้เห็นสถานอบายมุขบ่อย ๆ ก็ย่อมจะเกิดความเคยชิน หนักเข้าก็จะไม่รังเกียจ จนถึงอาจจะหัดทดลองดู แล้วก็เลยตกเป็นทาสของมันไปในที่สุด จนเสียคนเสียอนาคตไปชั่วชีวิต
ทุกชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุด ไม่ควรที่จะให้เสื่อมเสียไปกับสิ่งที่หาสาระไม่ได้ การได้เกิดมาเป็นคนทั้งที ถือว่าเป็นลาภอันประเสริฐสุด ควรที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีงาม เข้ามาพอกพูนให้ชีวิตมีความสุขมีสาระ และมีแก่นสารถึงที่สุด
ถ้าเราพ่ายแพ้แก่อบายมุข เราก็จะได้ชื่อว่า เลวกว่าสัตว์เสียอีก เพราะสัตว์ต่างๆ มันเสพอบายมุขไม่เป็น ผู้ที่ได้หลงลืมตัวไปแล้ว ก็ควรที่จะคิดกลับตัวกลับใจเสียเดี๋ยวนี้ไม่มีสาระสายเกินไป สำหรับผู้ที่คิดจะกลับตัว
เกิดมาเป็นคนทั้งที ควรจะมีความดีติดตัว เพื่อเพิ่มศักดิ์ศรีของความเป็นคน ด้วยการทำประโยชน์ตน และประโยชน์ของผู้อื่น ให้คุ้มค่าของการที่ได้เกิดมาเป็นคนกะเขาชาติหนึ่ง.

งดเว้นเวรภัย
บันไดขั้นที่สี่ ที่จัดว่าเป็นข้อ "กึ่งบังคับ" ไม่สำคัญเท่ากับสามข้อแรก แต่ก็ต้องถือว่าจำเป็นรองลงมาที่ขาดไม่ได้ ถ้ามิฉะนั้นแล้ว ในชีวิตนี้ ก็ย่อมจะประสบแต่ภัยและเวร จะหาความสงบสุขไม่ได้เลย
ภัยเวร คือ สิ่งที่เราประพฤติแล้ว จะนำภัยและเวรมาให้ ได้แก่การขาดศีล ๕ กับธรรม ๕ หรือขาดเบญจศีล และเบญจธรรม จึงควรป้องกันภัยและเวร ด้วยการสมาทานศีล ๕ ข้อเป็นประจำ และเจริญธรรม ๕ ข้อร่วมด้วย คือ
        ๑. งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ พร้อมทั้งมีเมตตากรุณาในสัตว์
        ๒. งดเว้นการลักทรัพย์ พร้อมทั้งประกอบสัมมาชีพและให้ปัน
        ๓. งดเว้นประพฤติผิดกาม พร้อมทั้งมีสทารสันโดษและกามสังวร
        ๔. งดเว้นการพูดเท็จ พร้อมทั้งมีสัจจะและความจริงใจ
        ๕. งดเว้นการดื่มน้ำเมา พร้อมทั้งเจริญสติ และสมาทานมัชวิรัติ
การละเมิดศีล ๕ ย่อมจะนำทุกข์ โทษ ภัย และเวรมาสู่ผู้กระทำมากมาย พึงเห็นตัวอย่างอาชญากรรม ความชั่วร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน ล้วนมีต้นเหตุมาจากสังคมขาดศีล ๕ เป็นใหญ่
ผู้ละเมิดศีล ๕ นอกจากทำให้สังคมวุ่นวายแล้ว ยังได้ชื่อว่าทำลายตนเองอย่างร้ายกาจ เพราะความรู้ ความสามารถที่มี ที่ศึกษามาย่อมจะไร้ค่า และหมดความหมาย ถ้าขาดศีลเพียง ๕ ข้อเท่านั้น </DD>

เพราะหลักของความจริงมีอยู่ว่า กิริยากับปฏิกิริยา ย่อมจะลงตัวกันเสมอ เช่น
- ผู้ชอบฆ่าเขา ก็ย่อมจะต้องถูกต้องเขาฆ่าตอบ ไม่วันนี้ก็วันหน้า หรือไม่ในชาตินี้ก็ต้องในชาติหน้าอย่างแน่นอน
- ผู้ชอบลักทรัพย์เขา ก็ย่อมจะต้องถูกเขาลักตอบ แม้ไม่ในชาตินี้ก็ต้องใช้ชาติหน้าอย่างแน่นอน
- ผู้ชอบล่วงเมียหรือผัวเขา ก็ย่อมจะต้องถูกเขาล่วงบ้างหรือ มิฉะนั้นก็อาจจะถูกคู่ครองเขาฆ่าตายในปัจจุบัน
- ผู้ชอบพูดปด ก็ย่อมจะถูกเขาใส่ร้ายด้วยคำไม่จริง ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตอย่างแน่นอน
- ผู้ชอบดื่มน้ำเมา ก็ย่อมจะเป็นคนขาดสติ เสียจริต อาจทำผิดทำชั่วได้ร้ายแรง มีฆ่าพ่อแม่ เป็นต้น และไปเกิดในชาติใดก็จะใบ้บ้าไม่สมประกอบ </DD>

วิธีป้องกันการล่วงศีล นอกจากจะต้องมีสัจจะ ตั้งใจงดเว้นอย่างเด็ดขาดแล้ว จะต้องเจริญเบญจธรรม ๕ ควบคู่พร้อมกันไปด้วย เพราะเมื่อมีความเมตตาแล้ว ก็ย่อมจะฆ่าสัตว์ไม่ได้อยู่เอง เมื่อมีความรักผู้อื่นแล้ว เราก็จะลักของของเขาไม่ได้ เมื่อมีความสันโดษในคู่ครองของตนแล้ว ก็ย่อมจะไม่กล้าล่วงละเมิดคู่ครองคนอื่น เมื่อมีสัจจะแล้ว ก็จะไม่กล้าพูดปด และเมื่อมีสติยับยั้งใจได้แล้ว ก็ย่อมจะไม่เสพเครื่องดองของมึนเมา
เบญจธรรม จึงช่วยกำกับจิต ไม่ให้ละเมิดศีลได้อย่างวิเศษ จึงควรที่จะบำเพ็ญให้มีร่วมกันตลอดไป.

ที่มา : หนังสือสู่ความสุข โดย ธรรมรักษา
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7311

f t g m